ผู้ประพันธ์งานวิจัยส่งมอบงานมายังวารสารของเรา (วารสาร A) ซึ่งหลังจากผ่านกระบวนการ peer review 2 รอบ ก็ได้รับการตอบรับและตีพิมพ์ สัปดาห์ต่อมาหลังจากตีพิมพ์แล้ว บรรณาธิการของวารสาร B ได้ติดต่อมายังวารสารของพวกเรา และกล่าวว่าบทความดังกล่าวมีชื่อเรื่อง ผู้แต่ง และเนื้อหา เหมือนกับบทความที่ส่งไปยังวารสาร B ซึ่งเมื่อบรรณาธิการวารสาร B ส่งจดหมายยอมรับการตีพิมพ์ เจ้าของผลงานกลับถอนการตีพิมพ์โดยอ้างว่าได้รับการตอบรับจากวารสารอื่นแล้ว แม้ว่าบรรณาธิการวารสาร B จะขอคำอธิบายจากเจ้าของผลงาน กลับไม่ได้รับคำตอบ ดังนั้น บรรณาธิการวารสาร B จึงตกลงร่วมกันว่าจะไม่ให้เจ้าของผลงานรายนี้ส่งผลงานมายังวารสารอีก

          บรรณาธิการวารสาร B จึงได้ติดต่อมาทางวารสาร A และเน้นย้ำถึงปัญหาดังกล่าว หลังจากตรวจสอบพบว่า เจ้าของผลงานผู้นี้ได้ส่งบทความมายังสองวารสารพร้อมกัน เราจึงติดต่อไปยังเจ้าของผลงานเพื่อขอคำอธิบาย เจ้าของผลงานตอบว่าเขาได้ส่งบทความไปยังสองวารสารจริงเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน เขาอ้างว่าเขาลืมถอนบทความที่ส่งไปยังวารสาร B และขออภัยสำหรับสถานการณ์ดังกล่าว แต่ก็เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เนื่องจากประวัติการส่งข้อมูลที่บันทึกไว้บอกอย่างชัดเจนว่าเขาส่งบทความไปยังสองวารสารพร้อมกัน

          พวกเราจึงได้หารือกับบรรณาธิการวารสาร B เกี่ยวกับสิ่งที่ควรจะดำเนินการต่อไป บรรณาธิการวารสาร B เพิ่งจะมีคำสั่งห้ามการรับบทความของเจ้าของผลงานรายนี้ และยังต้องการนำพฤติกรรมการทำผิดดังกล่าวไปแจ้งให้หน่วยงานของเจ้าของผลงานทราบ และผู้ที่ควรเป็นคนแจ้งก็คือวารสาร A  แต่พวกเราลังเลที่จะติดต่อไปยังหน่วยงานเนื่องจากเจ้าของผลงานได้กล่าวขอโทษแล้ว และเห็นว่าวารสาร B ควรเป็นผู้ติดต่อไปเอง

คำถาม  

  • ควรดำเนินการอย่างไรกับเจ้าของผลงาน ควรหรือไม่ที่หน่วยงานต้นสังกัดจะสั่งห้ามไม่ให้เจ้าของผลงานรายนี้ส่งบทความไปยังทั้งสองวารสารอีก
  • ใครควรเป็นผู้ดำเนินการ วารสาร A หรือ B
  • บรรณาธิการทั้งสองวารสารเห็นด้วยว่าควรดำเนินการกับเจ้าของผลงานรายนี้เพื่อไม่ให้มีพฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นอีก แต่ก็ไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไร

คำแนะนำ

The Forum แนะนำว่า ในการตัดสินใจว่าจะแจ้งหน่วยงานหรือไม่นั้น บรรณาธิการวารสารจะต้องพิจารณาถึงความอาวุโสของเจ้าของผลงานและถิ่นที่อยู่ของเขาก่อน ถ้าเขาเป็นคนของประเทศที่ไม่ได้มีความเข้มงวดด้านจริยธรรม เขาก็อาจจะได้รับการผ่อนผัน แม้ว่าบรรณาธิการจะรู้สึกว่าตนถูกหลอกลวง แต่ก็ควรเน้นการให้คำแนะนำมากกว่าการลงโทษ และหากเขามีพฤติกรรมแบบนี้อีกครั้งจึงควรแจ้งต่อหน่วยงานที่เขาสังกัด อย่างไรก็ตาม การติดต่อไปยังหน่วยงานเพื่อให้ลงโทษเจ้าของผลงานก็ไม่ใช่สิ่งที่มีประโยชน์  ดังนั้น COPE จึงไม่แนะนำให้สั่งห้ามเจ้าของผลงานส่งมายังวารสารอีกเพราะมันอาจขัดแย้งกับกฎหมายบางบทบัญญัติ

Facebook Comments

Share with: