ที่มา: https://ori.hhs.gov/case-one-were-these-slides-falsified

หลังจากช่วงการเป็นแพทย์ฝึกหัด  Miguel จึงตัดสินใจเข้าไปทำงานวิจัย แต่แม้ว่าโรงเรียนแพทย์จะมีความน่าสนใจ แต่เขากลับชอบการทำงานด้านวิทยาศาสตร์ จึงรู้สึกสนุกและท้าทายที่จะเข้าไปฝึกฝนเฉพาะทางด้าน pain disorders เขาตัดสินใจที่จะทำตามสิ่งที่เขาสนใจในขณะที่เขายังอายุน้อย ยังโสด และเต็มไปด้วยความคิดริเริ่มใหม่ๆ เพื่อมุ่งหวังที่จะเป็นนักวิจัยด้านการแพทย์ที่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่ง ต่อมา Miguel ได้รับทุนจาก startup funds ซึ่งมาจาก Dr. Jones ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของเขา และได้เริ่มค้นหาข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำมาปรับปรุงให้เป็นผลงานของเขา เขาจึงได้เขียนโครงร่างงานวิจัยที่เขาคิดว่าเป็นผลงานที่ดีมากๆ แล้วจึงส่งให้ Dr. Jones และ Dr. Harpin อ่านสิ่งที่เขาเขียน 

หนึ่งเดือนต่อมา  Dr. Harpin เรียก Miguel มาคุย แล้วแสดงความเสียใจเกี่ยวกับการส่งผลงานตีพิมพ์ เนื่องจาก  Dr. Jones ได้ส่งโครงร่างงานวิจัยที่เหมือนกับของ Miguel เพื่อขอรับทุนก้อนใหญ่จากรัฐบาลกลางสหรัฐแล้ว Dr. Harpin ยังบอกเพิ่มเติมว่า เขายอมรับว่า โครงร่างงานวิจัยนั้นเป็นของ Miguel แต่ Dr. Harpin เป็นคนแก้ไข จึงมีสิทธิที่จะนำไปใช้ประโยชน์

Miguel รู้สึกตกใจที่เขาทำงานอย่างหนักเพื่อพัฒนาโครงร่างงานวิจัยฉบับนี้ เมื่อเขานำเรื่องนี้ไปคุยกับเพื่อนและนักวิจัยอาวุโส ชื่อ Erika เธอจึงสงสัยว่าทำไม Miguel ไม่ส่งโครงร่างไปให้คนอื่น  Miguel จึงอธิบายว่า เขาคิดว่า ที่นี่จะเป็นสถานที่ทำให้เขาได้แชร์ความคิด แต่ตอนนี้เขารู้สึกโกรธมากที่ต้องสูญเสียผลงานที่ตัวเองสร้างขึ้น

สถานการณ์นี้ทำให้ Miguel รู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจ และถอยจากความปรารถนาที่จะบรรลุเป้าหมายในการเป็นนักวิจัย

Miguel ควรทำอะไร?

คำถามเพื่อการอภิปราย 

  • ถ้า Miguel สามารถพิสูจน์ได้ว่าผลงานเป็นของเขา คุณคิดว่าเขาจะยังคงเป็นผู้มีสิทธิในผลงานได้หรือไม่ 
  • ใครที่คุณควรนำปัญหานี้ไปหารือด้วย 
  • Dr. Harpin ควรตอบสนองต่อสิ่งนี้อย่างไร 
  • Miguel จะประเมินอย่างไรว่าใครมีความน่าไว้วางใจเพียงพอที่จะร้องเรียนได้ 
  • เพราะเหตุใด มหาวิทยาลัยจึงต้องการให้นักวิจัยอาวุโสส่งโครงร่างงานวิจัยรูปแบบใหม่ๆ แทนที่จะเป็นนักวิจัยรุ่นเยาว์ 
  • อะไรคือบทเรียนจากกรณีศึกษานี้  
Facebook Comments

Share with: