การเอาใจใส่ต่อสาธารณะ

 ที่มา: https://ori.hhs.gov/case-one-pandering-public

Claire เป็นนักระบาดวิทยาที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เธอได้ไปเป็นคณะกรรมการ (review board) ของหลายๆวารสาร เธอทำหน้าที่ในการเป็นผู้รีวิวของเธออย่างจริงจัง และเธอก็คาดหวังว่าบรรณาธิการจะสนับสนุนมาตรฐานที่สูงที่สุดในการวิจัยที่จะนำไปตีพิมพ์ ที่ผ่านมา  Claire รีวิวบทความเกือบทุกเดือนให้แก่วารสารด้านวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง ซึ่งบรรณาธิการของวารสารเหล่านั้นได้ปลดเกษียณและมีการแต่งตั้งบรรณาธิการคนใหม่ เธอพบว่า บรรณาธิการคนใหม่พยายามที่จะปรับความทันสมัยให้วารสารเพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น และในที่สุด การทำวารสารก็กลายเป็นธุรกิจที่มีเป้าหมายเพียงเพื่อทำให้ผลกำไรเป็นบวก  อย่างไรก็ตาม Claire ก็ได้ตระหนักถึงปัญหาอื่นๆ อีก ตั้งแต่การแต่งตั้งบรรณาธิการคนใหม่ ก็มีบทความจำนวนมากถูกตีพิมพ์ทั้งที่เธอก็ได้เขียนแนะนำไปแล้วว่าไม่ควรตีพิมพ์ ยิ่งกว่านั้น ยังมีบทความจำนวนมากที่ถูกตีพิมพ์ทั้งที่ไม่ได้ผ่านการทบทวนอย่างเหมาะสม กรอบแนวคิดก็เขียนขึ้นมาอย่างไม่ได้คุณภาพ วิธีการวิจัยก็ไม่ได้มีการนำเสนอในรูปแบบที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น งานวิจัยที่ผู้ประพันธ์ไม่สามารถอธิบายถึงขนาดของผลกระทบ และตัวชี้วัดที่สำคัญตัวอื่นๆ ที่มีส่วนสำคัญในงานวิจัย และที่แย่กว่านั้นคือ ส่วนของบทคัดย่อ การอภิปรายและสรุปผล ที่เขียนเพียงแค่การค้นพบของพวกเขาที่ไม่สอดคล้องกับวิธีการวิจัยและผลลัพธ์ที่แท้จริง

หากมองในมุมมองด้านวิทยาศาสตร์และสาธารณสุข ยิ่งทำให้ Claire มองว่ามันเป็นความผิดที่ร้ายแรงที่สุดที่ผู้ที่เป็นบรรณาธิการกระทำ ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดผลที่ไม่ดีต่อวงการวิทยาศาสตร์ แต่มันยังส่งผลเสียต่อประเด็นด้านสาธารณสุขเพราะบทความในวารสารจะมีอิทธิพลต่อการนำมาปรับใช้ในการวางนโยบายของภาครัฐ หากผู้วางนโยบายนำผลการวิจัยไปใช้โดยไม่ทราบว่างานที่ตีพิมพ์ไม่ได้คุณภาพ และในที่สุดก็จะทำให้ชื่อเสียงของวงการวิทยาศาสตร์และวารสารเสื่อมเสีย  Claire จึงหมดความอดทนและคิดว่าเธอควรปล่อยให้บรรณาธิการทำเช่นนั้นต่อไปหรือไม่

Claire ควรทำอะไร  

คำถามเพื่อการอภิปราย 

  • มีมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปที่บรรณาธิการวารสารควรยึดถือปฏิบัติหรือไม่
  • Claire ควรไปปรึกษากับใคร 
  • ควรหรือไม่ที่บรรณาธิการจะแบ่งปันให้ peer reviewer ดูจดหมายที่เขายอมรับหรือไม่ยอมรับการตีพิมพ์ที่ส่งไปยังผู้ประพันธ์
  • การไม่ยอมรับสไตล์การพิจารณาของบรรณาธิการจะส่งผลกระทบทางบวกหรือลบต่อชื่อเสียงของ  Claire หรือไม่
  • บทบาทของคณะกรรมการบรรณาธิการคืออะไร 
  • คุณคิดว่า บรรณาธิการควรมีการบอกกล่าวเกี่ยวกับการที่จะยอมรับงานวิจัยเพื่อตีพิมพ์หรือไม่ หรือการตัดสินใจควรที่จะต้องฟังความเห็นส่วนใหญ่ของ  peer reviewer หรือไม่

Getting a Fair Shake?

ที่มา: https://ori.hhs.gov/case-two-getting-fair-shake

Gail เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์เป็นผู้เชี่ยวชาญในอันดับต้นๆ ในสาขาวิชาชีพของเธอ เธอรู้วิธีในการเขียนและส่งข้อเสนอเพื่อขอทุนวิจัย และข้อเสนอขอทุนวิจัยล่าสุดส่วนใหญ่ของเธอก็มักจะเป็นการวิจัยบนพื้นฐานของงานวิจัยที่ผ่านมาที่เธอและเพื่อนร่วมงานได้ทำไว้ และก็ได้ใช้วิธีการที่เธอก็ทราบว่ามันจะช่วยให้ได้ผลการค้นพบที่ดี อย่างไรก็ตาม  Gail รู้สึกกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอขอทุนวิจัยที่ถูกรีวิวและพิจารณาเพื่อให้ทุน โดยก่อนส่งข้อเสนอดังกล่าว เธอได้สร้างความร่วมมือกับเพื่อนร่วมงานเพื่อเขียนวิธีการต่างๆ ขึ้นมา โดยทุกๆคน ก็นำเสนอแนวทางการนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตที่เหมือนกัน แต่เมื่อเธอได้รับผลการประเมิน เธอก็พบว่า เธอได้รับคะแนนการประเมินข้อเสนอที่สูง แต่คะแนนก็ยังต่ำกว่าคะแนนตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่จะได้รับทุน เธอจึงอ่านข้อแนะนำและตั้งจะส่งข้อเสนอใหม่อีกครั้ง แต่หลังจากอ่านสิ่งที่ Reviewer เขียน Gail ก็รู้สึกตกใจอย่างมาก โดยพวกเขาได้เขียนเกี่ยวกับวิธีการวิจัยของเธอว่ามีข้อบกพร่อง และแนะนำให้ไปปรับเปลี่ยนวิธีการออกแบบการวิจัย แต่เธอมั่นใจว่างานเขียนของเธอมีคุณภาพและสามารถนำไปสู่การสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสาขาวิทยาศาสตร์ เพียงแค่ผู้อ่านไม่เข้าใจวิธีการของเธอเท่านั้น

 Gail กำลังพิจารณาเกี่ยวกับการส่งข้อเสนอขอทุนอีกครั้งว่าจะเปลี่ยนไปใช้วิธีการที่ Reviewer แนะนำหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ยังคงยึดตามวิธีการที่เธอออกแบบไว้แต่แรก โดยระบุเพิ่มเติมว่า จากการทดสอบเบื้องต้น พบว่า วิธีการของเธอเป็นวิธีที่จะทำให้งานวิจัยออกมาดีที่สุด อย่างไรก็ตาม Gail ก็ยังรู้สึกกังวลว่า หาก Reviewer เป็นคนเดิมก็จะไม่ยอมรับข้อเสนอของเธออีก แต่เธอก็ยังคิดว่ามันดีที่สุดในการส่งข้อเสนอตามวิธีการของเธอและหวังว่าจะพบว่า Reviewer คนใหม่ที่เปิดใจยอมรับวิธีการของเธอมากขึ้น  ดังนั้น ในช่วงเวลา 2 เดือน ก่อนจะยื่นข้อเสนออีกครั้ง เธอจึงรู้สึกสับสนและไม่รู้ว่าควรตัดสินใจอย่างไร

Gail ควรทำอะไร?

คำถามเพื่อการอภิปราย

  • Gail จะตอบสนองต่อข้อแนะนำของ reviewer อย่างไร เธอควรนำข้อแนะนำดังกล่าวไปใช้ปรับปรุงข้อเสนอของเธอสำหรับการส่งข้อเสนอขอทุนครั้งต่อไปหรือไม่
  • Gail มีทางเลือกอะไรบ้าง แล้วอะไรคือข้อดีและข้อเสียของแต่ละทางเลือกนั้น
  • สิ่งใดที่จะเป็นประโยชน์ที่เธอควรทำในการเตรียมส่งข้อเสนออีกครั้ง
  • คุณคิดว่ามันมีปัญหาเกิดขึ้นในระบบ peer review หรือไม่ แล้วคุณจะปรับปรุงอย่างไร
  • คุณเคยประสบปัญหาที่คล้ายคลึงกันหรือไม่ แล้วคุณแก้ปัญหาอย่างไร บทเรียนอะไรที่คุณได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ครั้งนั้น

Getting Scooped by a Reviewer

ที่มา: https://ori.hhs.gov/case-three-getting-scooped-reviewer

Olga เป็นนักวิจัยรุ่นเยาว์ที่มีผลงานวิจัยจำนวนมากในสาขาเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ณ มหาลัยเล็กๆ แห่งหนึ่ง เธอสร้างผลงานจำนวนมากเพื่อหวังว่าจะได้นำไปขอตำแหน่งทางวิชาการในอนาคต แต่สิ่งที่เธอไม่ชอบในวิธีการตีพิมพ์ผลงาน คือ การใช้ “slice and dice” approach แทนที่จะส่งมอบเพียงส่วนเล็กๆ ในงานของเธอ เธอกลับรอจนกระทั่งเธอทำเสร็จทั้งชุดของงานวิจัยที่ทดสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้เพื่อนำไปตีพิมพ์ทั้งหมด  เช่นเดียวกับการสมัครรับทุนวิจัยจากรัฐบาลกลาง เธอก็ใช้วิธีที่เธอถนัดในการเขียนโครงร่างข้อเสนอเพื่อขอทุน หลังจากนั้น The federal funding agency ก็แจ้งเธอว่า  peer reviewer บางคนไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอส่งไป โดยมี peer reviewer คนหนึ่งกล่าวว่า สิ่งที่เธอส่งมาดูไม่มีความสำคัญที่ต่อสาขาที่เธอขอทุนมากนัก ดังนั้น จึงไม่มีการให้ทุนวิจัย

หลังจากนั้น Olga จึงเริ่มวิจัยโดยไม่สนใจทุนดังกล่าว เพราะเธอมีนักศึกษาที่มีความสามารถหลายคน และยังมีทุนวิจัยที่เรียกว่า start-up funds เธอรู้สึกว่า เธอมีแรงผลักดันบางอย่างให้ทำวิจัยและตีพิมพ์ผลงาน เพราะเธอมั่นใจว่า มีผู้ที่ต้องการกลั่นแกล้งเธอ คือ Philippe ซึ่งมีอำนาจในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับหน่วยงานให้ทุนวิจัย  หลังจากนั้น ในช่วง 18 เดือน Olga ก็ได้ทำการศึกษาครบทุกชุดของงานวิจัย และเขียนมันขึ้นมาเพื่อเตรียมจะตีพิมพ์ อย่างไรก็ตาม เธอกลับพบว่า การออกแบบวิธีการวิจัยและการพิสูจน์ตามทฤษฎีได้ถูกตีพิมพ์โดยคนอื่นไปแล้ว ซึ่งนั่นก็คือ  Philippe ซึ่งเป็นคนที่เธอสงสัยว่ามีส่วนในการทำให้เธอไม่ได้รับทุนจากรัฐบาลกลาง  และหากเธอตีพิมพ์ผลงานก็จะทำให้เธอถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ขโมยผลงานผู้อื่น

Olga ควรทำอะไร?

คำถามเพื่อการอภิปราย

  • อะไรคือกฎที่ควรบังคับใช้สำหรับ  Reviewer ในหน่วยงานให้ทุน  และจะบังคับใช้กฎนั่นอย่างไร 
  • ควรหรือไม่ที่ข้อเสนอเพื่อขอทุนวิจัยควรพิจารณาโดยบุคคลที่ไม่ได้ทำงานในสาขาเดียวกัน 
  • เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า reviewer จะไม่มีส่วนได้รับประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรม ในการเข้ามาแข่งขันเพื่อขอทุนวิจัย เนื่องจากเขาได้อ่านงานเขียนของผู้อื่น
  •  ภายใต้สถานการณ์ใดที่คุณควรจะร้องเรียนในเรื่องดังกล่าว อะไรคือข้อดีและข้อเสียของการร้องเรียนว่างานของคุณถูกขโมย และควรร้องเรียนกับใคร
  •  คุณเคยถูกขโมยความคิดเกี่ยวกับการวิจัยบ้างหรือไม่ แล้วคุณแก้ปัญหาอย่างไร  แล้วคุณได้บทเรียนอะไรจากเหตุการณ์ครั้งนั้น

ฉวยโอกาสจากความไว้วางใจของคนไข้ (Taking Advantage of Patient Trust)

ที่มา : https://ori.hhs.gov/case-two-taking-advantage-patient-trust

Joanna เป็นจิตแพทย์ที่ทำงานวิจัยทางคลินิก  เธอได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในการลดอาการทางจิตที่ผู้ป่วยจิตเภทเผชิญอยู่ การปรับปรุงวิธีการบำบัดของเธอได้รับการยืนยันด้วยงานวิจัยของเธอเอง เธอได้ทำงานศึกษาวิจัยจำนวนมากซึ่งประกอบด้วยหลากหลายวิธีการ  และเธอยังได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนไข้ เพราะคนไข้ได้รู้จักและรักษากับเธอมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี และเธอก็มักพูดให้ความหวังและช่วยให้คนไข้จำนวนมากรู้สึกดีขึ้น 

Therapeutic misconception  เป็นการที่ไม่สามารถที่จะแยกแยะระหว่างการบำบัดรักษาและการวิจัย โดยการวิจัยทางคลินิกมักจะพยายามที่จะสร้างองค์ความรู้ใหม่จากกระบวนการที่เป็นระบบ ในขณะที่การรักษาจะให้ความสำคัญกับการทำในสิ่งที่จะตอบสนองความต้องการของคนไข้   -Appelbaum, PS et al., 2002 and Dunn, LB et al., 2006

Joanna ได้นำอาสาสมัครเข้ามาร่วมในการศึกษาทดลองด้วยยาตัวใหม่เพื่อรักษาอาการจิตเภทด้วยวิธีการ ศึกษาวิจัยที่มีการให้ยาหลอกแก่ผู้เข้ารับการทดลองแบบสุ่ม (randomized placebo-controlled study) โดยในกระบวนการขอความยินยอม เธออธิบายว่ามีโอกาส 50-50 ที่แต่ละคนจะเข้าไปอยู่ในกลุ่มที่ได้รับยาจริงหรือยาหลอก โดยคนที่ได้รับยาหลอกจะไม่ได้รับการรักษาทางยาใดๆ เพื่อจะได้ระบุความแตกต่างระหว่างสองกลุ่ม ในระหว่างกระบวนการอธิบายให้คนไข้ฟัง  Duncan หนึ่งในคนไข้ของเธอ (ซึ่งเป็นคนไข้ที่การรักษาหลายๆ วิธีไม่สามารถช่วยลดอาการทางจิตของเขาได้) ได้ถามว่า การทดลองจะมีระยะเวลานานเท่าใด เธอตอบว่า ตราบเท่าที่เขาไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ดังนั้น จึงไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าเขาจะได้รับการรักษาจริงๆ ซึ่งหากเขาไม่ได้เข้ามาร่วมการทดลองเขาอาจจะได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีแล้ว แต่หากเขาเข้าร่วม วิธีการให้ยาแบบใหม่ก็อาจจะเพิ่มประสิทธิผลที่จะนำมารักษาเขาให้กลายเป็นคนปกติ ซึ่งหลังจากที่ Joanna ถาม Duncan ว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ เขาก็ตอบว่า  อะไรก็ได้ที่คุณคิดว่าดีที่สุด เพราะคุณคือหมอ 

Joanna ควรทำอะไร?

คำถามเพื่อการอภิปราย 

  • Joanna เผชิญกับความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ที่แตกต่างกันกี่ประเภท
  • เธอควรที่จะต้องให้ความสำคัญกับคนไข้ที่อาจจะไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงเมื่อเข้าร่วมการทดลองอย่างไรบ้าง  
  • คุณคิดว่าเธอควรเปลี่ยนวิธีการการขอความยินยอมจากคนไข้หรือไม่ ควรมี  Research protocol หรือไม่
  • ในทรรศนะของคุณ อะไรคือ  therapeutic misconception
  • คุณคิดว่าสิ่งใดที่ทำให้ Duncan ตอบหมอไปว่า “อะไรก็ได้ที่คุณคิดว่าดีที่สุด” 
  • อะไรคือแนวทางที่จะช่วยแก้ปัญหาด้านจริยธรรม ที่ดูสร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบ 
  • ควรหรือไม่ที่นักวิจัยทางคลินิกจะนำคนไข้มาใช้ในการศึกษาทดลอง 

Case Two: การพยายามทำความเข้าใจการลักลอกข้อมูล (Struggling to Understand Plagiarism)

ที่มา: https://ori.hhs.gov/case-one-were-these-slides-falsified

Pamela เป็นนักพันธุศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยชั้นนำด้านการวิจัยแห่งหนึ่ง คณะชีววิทยาที่เธอทำงานเป็นคณะที่ใหญ่มากและยังมีภาควิชาที่หลากหลายอยู่ในคณะ จึงเป็นที่ดึงดูดให้นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทั้งในและต่างประเทศต้องการเข้ามาศึกษาต่อที่นี่

Pamela มีนักศึกษาปริญญาเอกในกำกับชื่อ Hua ซึ่งเรียนจบมาจากโรงเรียนแพทย์ในประเทศของตนเอง Hua มีแผนที่จะกลับไปประเทศของเธอหลังจากเรียนจบ เพื่อไปทำงานด้าน  genetic medicine แม้ว่า Hua จะไม่เชี่ยวชาญในการเขียนภาษาอังกฤษ แต่เธอก็ไม่ได้กังวลในเรื่องดังกล่าว แต่เมื่อ Pamela กระตุ้นให้เธอไปฝึกภาษาเพิ่มเติม เธอจึงไปสมัครเรียนภาษาในโครงการ Second Language (ESL) program

Pamela กังวลเกี่ยวกับปัญหาด้านการเขียนภาษาอังกฤษของ Hua เพราะ Hua ต้องเข้ารับการทดสอบด้านภาษาก่อนจะเริ่มทำวิทยานิพนธ์ ซึ่งการทดสอบดังกล่าวแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ

1) เขียนข้อเสนอให้อยู่ในรูปแบบของ NIH และ

2) เขียนรีวิวในหัวข้อที่นอกเหนือไปจากสาขาที่เรียน  

การลักลอกข้อมูล: การนำไอเดีย กระบวนการทำงาน ผลลัพธ์ หรือถ้อยคำ ของผู้อื่นมาใช้ โดยปราศจากการให้เครดิตแก่เจ้าของไอเดีย กระบวนการทำงาน ผลลัพธ์จากการวิจัย หรือถ้อยคำ นั้นๆ-45 CFR 93, 2005

เมื่อเข้ารับการทดสอบ Hua ได้ส่งงานเขียนเกี่ยวกับการจำลองตัวเองของดีเอ็นเอ (gene duplication) ที่เป็นเหตุให้เกิดโรค เธอได้รีวิวงานวิจัยที่คล้ายคลึงกับของ Pamela และการใช้ภาษาอังกฤษในงานเขียนที่ Hua ส่งไปก็เป็นภาษาที่ดูดีเกินกว่าความสามารถทางภาษาปกติของ Hua

 Pamela ถาม Hua ว่า Hua ได้ใช้งานวิจัย เพื่อรีวิวและเขียนงานของตนเองหรือไม่   Hua ตอบว่าได้ทำ ดังนั้น Pamela จึงบอกให้ Hua เขียนอ้างอิงงานวิจัยเหล่านั้นด้วย เนื่องจาก Pamela ทราบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่มักจะใช้วิธียกคำพูดจากงานเขียนของผู้อื่นมาใส่ในงานตนเอง หลังจากที่ Pamela ได้ไปค้นคว้างานวิจัยที่ Hua อ้างอิง ก็พบว่า ร้อยละ 80 ของงานเขียนของ Hua เป็นการคัดลอกคำพูดของผู้อื่นแบบคำต่อคำ ดังนั้น Pamela จึงรายงานการค้นพบดังกล่าวไปยังคณะกรรมการ คณะกรรมการจึงร่วมกันพิจารณาดำเนินการจัดการกับพฤติกรรมการลักลอกข้อมูลของ Hua

คณะกรรมการควรทำอย่างไรกับข้อกล่าวหาการลักลอกข้อมูลของ Hua?

คำถามเพื่อการอภิปราย

  • คณะกรรมการของสถาบันที่ Hua มาศึกษาต่อควรดำเนินการเองหรือควรส่งเรื่องไปยังคณบดีต้นสังกัดของ Hua
  • คณะที่ Hua มาศึกษาต่อควรสอนนักศึกษาเกี่ยวกับการเขียนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการรีวิวงานวิจัยอย่างไรบ้าง 
  • Hua ควรถูกไล่ออกจากโครงการหรือไม่ หรือควรได้รับโอกาสอีกครั้ง
  • คุณคิดว่ามันคือความเห็นใจ หรือการดูหมิ่น ที่จะมองว่า เพราะวัฒนธรรมของ Hua ทำให้เธอมีพฤติกรรมเช่นนั้น
  • มีพฤติการณ์ใดบ้างที่ควรจะรายงานไปยัง university research integrity officer หรือ the Office of Research Integrity?
  • นักศึกษาปริญญาเอกทุกคนควรถูกคาดหวังว่าจะต้องรู้มาตรฐานขั้นต่ำของจริยธรรมด้านการวิจัยหรือไม่

ปัญหาเรื่องการแชร์ข้อมูล (Data Sharing Fever)

ที่มา; https://ori.hhs.gov/case-two-data-sharing-fever

Mary ชื่นชอบงานวิจัยที่ได้รับทุนจาก NIH ของอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอมาก  ซึ่งที่ปรึกษาของเธอ  Henryk เป็นผู้บุกเบิกงานวิจัยด้านการแพทย์ทางเลือกในการรักษาอาการไข้ที่เกิดจากการติดเชื้อ โดย  Mary เป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานวิจัยหลายๆ คน เธอทำหน้าที่ช่วย Henryk ในการรวบรวมข้อมูล เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลที่มีความครอบคลุมที่สุดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการติดตามผลการรักษาสิ่งมีชีวิตหลายกลุ่ม ทั้งคนป่วยหลายๆ คนที่แตกต่างกัน และสัตว์หลายๆ สายพันธุ์ และยังเป็นการใช้วิธีการบำบัดที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษาที่แตกต่างกันด้วย ซึ่งผลงานของ Henryk สะท้อนให้เห็นว่า การแพทย์ทางเลือกสามารถนำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสำหรับสิ่งมีชีวิตบางสายพันธุ์เท่านั้น เขาจึงสรุปผลและเตรียมส่งต้นฉบับเพื่อตีพิมพ์ผลงาน

The NIH Research Tools Policy – การแบ่งปันข้อมูลเพื่อการวิจัยด้านชีวการแพทย์ 

“ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ขึ้นอยู่กับความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลที่มีความหายากที่เกิดขึ้นในห้องแลบ เมื่อนักวิจัยนำข้อมูลไปใช้ต่อยอดพัฒนางานวิจัยก็จะยิ่งทำให้วงการวิทยาศาสตร์มีความก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งการเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายขึ้นนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยหลายๆ วิธีการ ขึ้นอยู่กับชนิดของข้อมูลที่พัฒนาขึ้นว่ามันพัฒนาขึ้นด้วยวัตถุประสงค์เฉพาะหรือเพื่อเปิดให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ได้ และมันจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ทันทีหรือยังคงต้องเก็บเป็นความลับทางธุรกิจ

http://www.ncbi.nlm.gov/pmc/articles/PMC2782941

Mary กำลังเตรียมจะขอตำแหน่งผู้ช่วยศาตราจารย์ในสาขาที่เธอเรียนมา เธอขออนุญาต Henryk ให้เธอใช้ฐานข้อมูลเพื่อนำไปเขียนโครงการวิจัยของเธอ เพื่อจะได้เขียนข้อเสนอการวิจัยส่งไปยัง NIH แต่ โดยเธอมีแผนการวิเคราะห์และแปลผลด้วยวิธีการแตกต่างกัน  อย่างไรก็ตาม Henryk ไม่ยินดีนักที่จะให้ Mary ใช้ชุดข้อมูลทั้งหมดเดียวกันกับที่เขาใช้ในการวิจัย แต่ที่ผ่านมา Mary ก็ได้เข้าถึงและใช้ชุดข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยของเธอไปแล้ว ดังนั้น เธอจึงใช้เวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลรวมทั้งดูผลการวิเคราะห์ของ  Henryk และพบว่า Henryk ได้ลบข้อมูลบางอย่างออกไปที่ส่งผลกระทบต่องานของเธอ โดยที่ Henryk ก็ได้ระบุในรายงานเกี่ยวกับการลบข้อมูลบางอย่างออก จึงไม่เป็นการทำผิดในการวิจัย

Mary ตระหนักว่าหากเธอใช้ข้อมูลทั้งหมด (โดยไม่ลบข้อมูลใดๆ ออก) จะสามารถสร้างองค์ความรู้ด้านการบำบัดโรคแบบใหม่ แต่เธอก็ยังกังวลว่าเกี่ยวกับการหาคำอธิบายสำหรับการนำชุดข้อมูลของ Henryk มาใช้

Mary ควรดำเนินการอย่างไร?

คำถามเพื่อการอภิปราย 

  • Henryk ควรที่จะต้องแบ่งปันข้อมูลให้ Mary ก่อนที่เขาจะส่งผลงานตีพิมพ์หรือไม่ หรือควรแบ่งปันหลังจากการตีพิมพ์ผลงาน  และเขาควรจะต้องแบ่งปันข้อมูลกับคนอื่นๆ ที่อยู่นอกแลบของเขาหรือไม่ ถ้าต้องทำเช่นนั้น เขาควรทำเมื่อไร 
  • ใครคือเจ้าของฐานข้อมูล Henryk? หน่วยงานของเขา? NIH? ทุกคน?
  • ทำไมการแบ่งปันข้อมูลจึงเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นคนเก็บรวบรวมมันขึ้นมา มันมีความเสี่ยงอย่างไร 
  • Henryk ควรจะต้องระบุชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการในการเลือกว่าจะใช้หรือไม่ใช้ข้อมูลใดในผลงานวิจัยหรือไม่